วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

มองเห็นทุกข์


การที่จะมองเห็นทุกข์นี้ที่เป็นสิ่งที่ยาก ก็เพราะว่าบุคคลยังติดอยู่ในทุกข์ ยังพอใจอยู่ในทุกข์ ยังมองเห็นว่าเป็นความสุข คือเห็นทุกข์ว่าเป็นความสุข ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้เรียกว่า นันทิ คือความเพลิน กับ ราคะ ความติดใจยินดี ดังเช่นขันธ์ ๕ อันเป็นสมมติบัญญัติว่าเป็นอัตภาพอันนี้ อันเป็นขมวดที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนว่า กล่าวโดยย่อขันธ์เป็นที่ยึดถือทั้ง ๕ ประการเป็นทุกข์ แต่แม้เช่นนั้นก็ยังมีความเพลินความติดใจยินดีอยู่ในทุกข์นี้ คือยังเพลินยังติดใจยินดีอยู่ในรูปขันธ์กองรูป ในเวทนาขันธ์กองเวทนา ในสัญญาขันธ์กองสัญญา ในสังขารขันธ์กองสังขาร ในวิญญาณขันธ์กองวิญญาณ                และมิใช่แต่เท่านั้น เมื่อมีความเพลินมีความติดใจยินดี ก็ย่อมมีความดิ้นรนของใจ ใคร่ที่จะได้ ใคร่ที่จะเป็น ใคร่ที่จะทำลาย อันเกี่ยวแก่ความเพลินและความติดใจยินดีนี้ด้วย ใคร่ที่จะได้นั้น ก็คือใคร่ที่จะได้รูป ( เริ่ม ๓๐/๒ ) ใคร่ที่จะทำลายนั้นก็คือใคร่ที่จะทำลายสิ่งที่มาขัดขวาง ต่อความประสบความสำเร็จในการได้ต่อความที่จะเป็นของตน เป็นต้น อยู่ในขันธ์ ๕ นั้น จิตจึงมีความดิ้นรนกวัดแกว่งกระสับกระส่าย http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn/2013/04/12/entry-1

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น