วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556

ผู้เห็นคุณค่าของตัว จึงเห็นคุณค่าของผู้อื่น

“ผู้เห็นคุณค่าของตัว จึงเห็นคุณค่าของผู้อื่น
ว่ามีความรู้สึกเช่นเดียวกัน ไม่เบียดเบียนทำลายกัน
ผู้มีศีลสัตย์เมื่อทำลายขันธ์ไปในสุคติในโลกสวรรค์
ไม่ตกต่ำเพราะอำนาจศีลคุ้มครองรักษาและสนับสนุน
จึงควรอย่างยิ่งที่จะพากันรักษาให้บริบูรณ์
ธรรมก็สั่งสอนแล้วควรจดจำให้ดี ปฏิบัติให้มั่นคง
จะเป็นผู้ทรงคุณสมบัติทุกอย่างแน่นอน”
พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ
... วัดป่าภูริทัตตถิราวาส จังหวัดสกลนคร

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

ความบริสุทธิ์ของจิตปภัสสร

เราเสียความบริสุทธิ์ของจิตปภัสสรไปเพราะกิเลสที่เข้ามาชักชวนให้เราทำดีทำชั่วนั่นเอง


http://fws.cc/whatisnippana/index.php?topic=2494.0

โรคหัวดื้อ...

การแก้โรคหัวดื้อ พระท่านว่า ต้องใช้ปัญญา ใช้เหตุผลให้ถูกต้องเพียงพอ ก็เปรียบดังมีแสงสว่างเพียงพอ ตรงกันข้ามกับใช้เหตุผลใช้ปัญญาไม่เพียงพอ ก็เปรียบดังมีแสงสว่างไม่เพียงพอ มีความมืดมาก ซึ่งจะมืดหรือสว่างนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความคิดปรุงแต่ง หรือจิตสังขาร หนึ่งในขันธ์ 5 (กาย เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ) ว่าเราคิดปรุงแต่งไปในทางที่ถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง เป็นกุศล หรือไม่เป็นกุศล
ถ้าเป็นความคิดปรุงแต่งอย่างแรก คือ ถูกต้อง เป็นกุศล ก็จะทำให้เราไม่ยึดติดกับมัน สามารถสลัดมันให้หลุดไปจากใจเราได้ เพียงแค่ 'มีปัญญา' มองเห็นว่า สิ่งที่เชื่อนั้นเป็นเพียงการปรุงแต่งของจิตเท่านั้น หาใช่ความจริงแท้ไม่ ถ้าเห็นตรงนี้ ปัญญาก็เกิด จิตก็สว่างไสว ประภัสสร.

 ปักกลดกลางป่ากระดาษ/หมอนไม้
http://www.oknation.net/blog/mon/2010/09/24/entry-7

ปรุงแต่ง. V. dress up syn:(เกลา){ขัดเกลา}{แต่ง} sample:[วัฒนธรรมนั้นก็คือสิ่งที่มนุษย์คิด ขึ้นสร้างขึ้นหรือปรุงแต่งขึ้นจากสภาพธรรมชาติและเป็นที่ยอมรับกันในกลุ่มสังคมนั้นๆ

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

" อุดมคตินี้มันสูงเกินไปไหม ?"


เกิดมาเพื่อทำให้ผู้อื่นสบายใจ...
 เราอยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ ถ้าเขาให้เราอยู่คนเดียวในโลก ยกโลกทั้งหมดให้เราอยู่คนเดียว เราก็อยู่ไม่ได้...

ในโลกนี้แม้เขาจะให้เราเป็นเจ้าของโลกทั้งหมด เราก็อยู่ไม่ได้ ทำไปไม่ได้ เพราะมันต้องเนื่องกัน ไม่ว่าคนไม่ว่าสัตว์ ไม่ว่าต้นไม้ ต้องเนื่องกันทั้งนั้นแหละ มันจึงต้องนึกถึงว่าอยู่ร่วมกัน
...
เกิดมาเพื่ออยู่ด้วยผู้อื่น ต้องช่วยกันทำให้สบายใจ สร้างโลกนี้ให้งดงาม อยู่อย่างเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน วัตถุประสงค์หรืออุดมคติอันนี้มันสูงเกินไปไหม สูงเกินไปก็ตามใจ ไม่ต้องเอาก็ได้

พุทธทาสภิกขุ
 
 


 

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

ทั้งผลของกรรมดีและกรรมชั่วนั้น เมื่อเกิดแล้วก็ต้องดับ ไม่มีที่จะยั่งยืนอยู่ได้ตลอดไป


ผลของกรรมเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ทั้งผลของกรรมดี และผลของกรรมชั่ว ล้วนมีลักษณะสาม คือ ไม่เที่ยง ทนทุกข์อยู่ไม่ได้ต้องแปรปรวนเปลี่ยนแปลง ไม่เป็นไปตามความปรารถนาต้องการของผู้ใด กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทั้งผลของกรรมดีและกรรมชั่วนั้น เมื่อเกิดแล้วก็ต้องดับ ไม่มีที่จะยั่งยืนอยู่ได้ตลอดไป


สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก
พระนิพนธ์เพื่อความสวัสดีแห่งชีวิต
และพระคติธรรมเพื่อเป็นแสงส่องใจ
<!--[if !supportLineBreakNewLine]-->
<!--[endif]-->

วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2556

อริยปัญญา

 “อริยปัญญา” ปัญญาแห่งความรู้จริง รู้ยิ่ง ไม่ใช่รู้จำ
เมื่อรู้จริง รู้ยิ่ง เป็น “ปัญญา” ล้วนๆ ที่ไม่มีอะไรทำลายให้เสียหายลงไปได้
ไม่มีใครทำร้ายทำลายปัญญาชนิดนี้ให้เสียหายลงไปได้ เราตายไปอีกกี่ชาติ
ปัญญาชนิดนี้ ก็จะตามเราไป แต่ปัญญาที่ได้จากการท่องจำ ตายชาตินี้ก็จบชาตินี้
มันไม่มีโอกาสจะตามไป แต่ปัญญาที่ตายกี่ชาติๆ ก็จะตามเราไป
ก็คือ ปัญญาที่รู้เห็นตามความเป็นจริง เป็นปัญญาที่โจรปล้นไม่ได้
น้ำท่วมไม่หาย ไฟไหม้ไม่หมด เป็นอริยทรัพย์ อริยปัญญา
“ปัญญา เป็นทรัพย์ที่ยิ่งกว่าทรัพย์ทั้งปวง”………”


 หลวงปู่พุทธะอิสระ
วัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม


 กราบขอบพระคุณในความเมตตาของพระคุณเจ้าหลวงปู่พุทธะอิสระ
ที่อนุญาตให้เผยแผ่ธรรมะโอวาทและรูปภาพครับ....หน้าคติธรรมนำชีวิต

http://www.facebook.com/nungmeedee#!/pages/%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95/134842136544360

ปิติอย่างดีตลอดเวลา


“คนเรานั้นถ้าจะเป็นคนดี
ต้องหัดมีความเมตตาเป็นหลัก
มีความกรุณาเป็นสรณะ
มีความอภัยเป็นจิตใจ
เพราะจิตใจถ้ามีอภัยต่อกันและกันแล้ว
จิตใจนั้นเป็นจิตที่มีความสุขอย่างยิ่ง
... เพราะเราอยู่อย่างไม่มีความอาฆาต
อยู่อย่างมีความเมตตา
อารมณ์แห่งความเมตตาของจิตนั้นแหละ
จะทำให้อารมณ์ของเราเกิดปิติอย่างดีตลอดเวลา”
 
หลวงปู่ทวด
วัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี

http://www.facebook.com/nungmeedee#!/pages/%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95/134842136544360

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

ขอนไม้ลอยน้ำ


บทกลอนปริศนาธรรม เรื่อง เซนกับขอนไม้ลอยน้ำ   ขอนไม้ลอยไปตามแม่น้ำ หากติดฝั่งแม่น้ำ ซ้ายหรือขวา ขอนไม้ที่ติดฝั่งแล้วย่อมดำเนินต่อไปไม่ได้ แล้วขอนไม้นั้น จะลอยน้ำออกสู่ทะเลได้อย่างไร   ขอนไม้ที่ลอยน้ำอยู่ไม่เข้าฝั่งซ้ายหรือขวา ไม่นิยมขั้วบวกหรือลบ ดีหรือเลว ถูกหรือผิด เป็นขอนไม้ที่ลอยอยู่แต่กลางสายน้ำเท่านั้น แม้ไม่ได้ออกแรงอะไรเลย ย่อมออกสู่ทะเลได้   วิถีจิตก็เช่นเดียวกับขอนไม้นั้น เพื่อไม่ติดทั้งฝั่งซ้ายและขวาแล้ว คือ ดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ ให้วิบากกรรมทั้งดีและชั่วชำระไปเอง   จิตที่ดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ มีวิบากกรรมดีและชั่วขับดันชำระไป ไม่ก่อกรรมออกแรงด้วยอุปทานต่างๆ ย่อมดำเนินทางตรงไม่ติดฝั่งซ้ายและขวา   เมื่อขอนไม้ยังลอยอยู่ในน้ำไม่ออกสู่ทะเล ย่อมไม่มั่นใจได้ว่าจะออกสู่ทะเลได้หรือไม่ เมื่อขอนไม้ลอยอยู่ปากอ่าวแล้ว จึงมั่นใจได้ ว่าตรงสู่ทางหลุดพ้น ออกสู่ทะเลแน่นอน   วิถีจิตก็เป็นเช่นนั้น เมื่อยังไม่เห็นทะเล ก็ไม่มั่นใจ เมื่อยังไม่เข้าสู่ภาวะนิโรธได้ ก็ไม่ตรงนิพพาน แม้เดินทางสายกลางมาโดยตลอดก็ตาม ดังนี้ จึงต้องรอให้วิบากต่างๆ ที่บดบังหมดสิ้นไป   วิบากต่างๆ ที่บดบัง อุปมาดั่งคุ้มน้ำที่โค้งไปมา เมื่อหมดสิ้นโค้งน้ำแล้ว มีแต่ทางน้ำทอดตรงสู่ทะเล ย่อมเห็นทะเลอยู่ไกลๆ นั่นแหละ อุปมาคือ นิโรธ จะถึงนิโรธได้ ต้องชำระวิบากกรรมที่บดบังให้หมดก่อน   สายน้ำที่ขับดันให้ขอนไม้ไหลไปนั้นอุปมาดั่งกิเลสและทุกข์ ที่คอยหนุนเนื่องเชื่อมโยงขับดันอยู่ตลอดเวลา ขาดซึ่งกิเลสและทุกข์แล้ว จิตก็ไม่ตรงอริยสัจ องค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้ มีอยู่เองแล้วตามธรรมชาติ   ปล่อยขอนไม้ให้ล่องลอยไปตามธรรมชาติ ไม่ติดทั้งฝั่งซ้ายและขวาให้ได้ก่อน จึงเป็นทางตรง สายกลางสู่ทางหลุดพ้น ถึงวาระเมื่อใด พระรัตนตรัยย่อมปรากฏเอง  http://www.oknation.net/blog/print.php?id=609249