วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

แก้ความผูกโกรธ

การขอโทษและการให้อภัย 

 การรู้จักขอโทษนั้นเป็นมารยาทอันดีงามสำหรับตัวผู้ทำเอง และเป็นการช่วยระงับหรือช่วยแก้โทสะของผู้ถูกกระทบกระทั่งให้เรียบร้อยด้วยดีในทางหนึ่ง หรือจะกล่าวว่าการขอโทษคือการพยายามป้องกันมิให้มีการผูกเวรกันก็ไม่ผิด 

เพราะเมื่อผู้หนึ่งทำผิด อีกผู้หนึ่งเกิดโทสะเพราะถือความผิดนั้นเป็นความล่วงเกินกระทบกระทั่งถึงตน แม้ไม่อาจแก้โทสะนั้นได้ ความผูกโกรธหรือความผูกเวรก็ย่อมมีขึ้น ถ้าแก้โทสะนั้นได้ก็เท่ากับแก้ความผูกโกรธหรือผูกเวรได้ เป็นการสร้างอภัยทานขึ้นแทน อภัยทานก็คือการยกโทษให้ คือการไม่ถือความผิดหรือการล่วงเกินกระทบกระทั่งว่าเป็นโทษ 

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.watbangklan.com/webboard/

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ระวังจิตของเราให้ดีที่สุด

อย่าคิด อย่ามองคนอื่นในแง่ไม่ดีเด็ดขาด เขาจะดีจะชั่วก็เป็นเรื่องของเขา
ต่างก็มีกรรมเวรเป็นของตน
 ไม่ต้องสนใจใคร หากสนใจความไม่ดีของคนอื่น ระวังตัวเราเองอาจจะต้องลงอเวจี
ปฏิบัติมาถึงป่านนี้แล้ว ใครทำไม่ดีกฎของกรรมลงโทษเอง ระวังจิตของเราให้ดีที่สุด ทำจิตให้สะอาด เอาจิตที่ดียกไปไว้บนพระนิพพาน มีพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ในใจตลอดเวลาที่มีลมหายใจเข้าออก

ธรรมโอวาทหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ศาสนาพุทธอยู่ได้ด้วยการให้

“ศาสนาพุทธนี้อยู่ได้ด้วยการให้
ถ้าเลิกให้กันเสียสักเดือนเดียว
ข้าวปลาอาหารไม่ให้กันละ
หยุดกันหมดทั้งประเทศ ทุกบ้านทุกเรือน
ไม่ให้กันละ ศาสนาดับ พระเณรสึกหมด
หายหมดไม่เหลือเลย
ถ้าปราศจากการให้อย่างนี้แล้ว
เจริญรุ่งเรืองยู่ไม่ได้
เมื่อให้ความเจริญรุ่งเรือง
แก่พุทธศาสนา แล้ว
ความเจริญก็หันเข้าสู่ตัว”

พระธรรมเทศนาพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)

----------------------------------------
dmc.tv ธรรมะดีๆ ที่ทำให้คุณเป็นสุขใจได้ตลอดเวล
https://www.facebook.com/dmc072

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

โลกกลียุค

โลกกลียุค

โลกทุกวัน อยู่ในขั้น กลียุค
ที่เบิกบุก เร็วรุด สู่จุดสลาย
จนสิ้นสุด มนุษยธรรม ด่ำอบาย
เพราะเห็นกง -จักรร้าย เป็นดอกบัว
กิเลสไส -หัวส่ง ลงปลักกิเลส
มีความแกว่น แสนพิเศษ มาสุมหัว
สามารถดูด ดึงกันไป ใจมืดมัว
เห็นตนตัว ที่จมกาม ว่าความเจริญ
มองไม่เห็น ศีลธรรม ว่าจำเป็น
สำหรับอยู่ สุขเย็น ควรสรรเสริญ
เกียรติ กาม กิน บิ่นบ้า ยิ่งกว่าเกิน
แล้วหลงเพลิน ความบ้า ว่าศีลธรรม ฯ

พุทธทาส ภิกขุ

http://www.a-free-guestbook.com/guestbook.php?username=buddhadasa

" เพชรในหัวคางคก "


" เพชรในหัวคางคก "

ความผิดหวังหรือความทุกข์นั้นมันมีค่า มากพอ ๆ กันแหละ คือมันทำให้ฉลาด
 ในเมื่อความสมหวังนั้นมันทำให้เหลิง แต่ความผิดหวังนั้นมันทำให้ฉลาด ลักษณะอย่างนี้เรียกกันมาแต่โบราณว่ามีเพชรในหัวคางคก หัวคางคกที่ใครแสนจะเกลียดนั้น ดูใ...ห้ดีข้างในนั่นมีเพชร
ในความทุกข์หรือความผิดหวัง ความขาดทุนอะไรก็ตามในนั้นมีเพชร คือจะทำให้พบหนทางที่จะแก้ไขไม่ให้เป็นอย่างนั้น ว่าที่แท้มนุษย์เราฉลาด ๆ ขึ้นมาก็เพราะสิ่งที่เป็นอุปสรรคหรือความผิดหวังทั้งนั้นแหละ

ต้อนรับความผิดหวังให้ดี มันก็กลายเป็นได้ ไม่ใช่เสียเพราะมันทำให้ฉลาดกว่าเดิม แล้วก็เอาความฉลาดนั่นแหละไปใช้ต่อไปในการสมหวังข้างหน้าโน้น

พุทธทาสภิกขุ

https://www.facebook.com/?ref=tn_tnmn#!/Posttoday

ชีวิตเย็นเป็นนิพพาน

ชีวิตเย็นเป็นนิพพาน ในปัจจุบัน คือ
ไม่มีกิเลส เกิดขึ้นแผดเผาให้เร่าร้อน ทุกเวลานาที ทุกอิริยาบถ,
ในความรู้สึกอย่างสันทิฏฐิโก (คือรู้สึกอยู่ภายในใจ) (๘)

มีชีวิตเย็นเป็นนิพพาน (นิพฺพุโต) ในปัจจุบันได้
โดยที่ทุกอย่างถูกต้องแล้ว พร้อมแล้ว ไม่ว่าสำหรับจะตายหรือจะอยู่;
เพราะไม่มีอะไรยึดถือไว้ว่า กู-ของกู (๙)
พุทธทาส ภิกขุ


http://www.a-free-guestbook.com/guestbook.php?username=buddhadasa

มองถูก ทุกข์คลาย

มองถูก ทุกข์คลาย

มองอะไร ให้เห็น เป็นครูสอน
มองไม้ขอน หรือมองคน ถ้าค้นหา
มีสิ่งสอน เสมอกัน มีปัญญา
จะพบว่า ล้วนมีพิษ อนิจจัง
จะมองทุกข์ หรือมองสุข มองให้ดี
ว่าจะเป็น อย่างที่ เรานึกหวัง
หรือเป็นไป ตามปัจจัย ให้ระวัง
อย่าคลุ้มคลั่ง จะมองเห็น เป็นธรรมดา
มองโดยนัย ให้มันสอน จะถอนโศก
มองเยกโยก มันไม่สอน นอนเป็นบ้า
มองไม่เป็น จะโทษใคร ที่ไหนมา
มองถูกท่า ทุกข์ก็คลาย สลายเอง ฯ
(พุทธทาสภิกขุ)