วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อย่าจมอยู่กับอดีต

สิ่งใดที่มันผ่านไปแล้วก็ปล่อยไป ช่างมันเถอะผ่านพ้นไปแล้ว
เราจะไปคิดถึงสิ่งนั้นทำไมให้มันเป็นอดีตไป
อดีตมันก็ผ่านพ้นไปแล้วปัจจุบันมันก็ผ่านพ้นไปแล้ว อนาคตก็ยังมาไม่ถึง
แต่ถ้ามาถึงเข้า เราก็พิจารณาต่อไปด้วยปัญญาว่าสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นแก่เรา
แต่ว่าสิ่งนี้มันไม่เที่ยงมันมีความเปลี่ยนแปลง
คอยดูว่ามันจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อไป
ให้เราทำตนเป็นคนดูด้วยปัญญา อย่าดูด้วยความยึดมั่นถือมั่น
อย่าดูด้วยความหลงผิดในเรื่องนั้นๆ
จิตใจเราก็จะสบายขึ้นไม่มีปัญหา ไม่มีความทุกข์ความเดือดร้อนใจ
นี้เป็นประการหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหา คือความไม่ สบายใจ
หรือว่าความเหน็ดเหนื่อยใจที่เกิดขึ้น
ให้พอคลายไปได้ จากการคิดนึกในรูปอย่างนี้

" อย่าจมอยู่กับอดีต "
( หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ )

ต้นหาย กำไรสูญ

" ต้นหาย กำไรสูญ "

( หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต )



เปรียบเสมือนคนเราบางคนที่ตั้งอกตั้งใจทำงาน



... จะประกอบการค้าขาย หรือทำกิจการงานอะไรก็ดี

ตั้งแต่เยาว์วัยจนกระทั่งเป็นหนุ่มเป็นสาวและแก่เฒ่าแก่ชราในที่สุด

และถึงพร้อมด้วยความร่ำรวยสมบูรณ์พูนสุข

สร้างบ้านสร้างเรือน สร้างหลักฐานได้อย่างมั่นคง

ตลอดจนสร้างเกียรติยศ สร้างชื่อเสียง จนได้ลาภ ทุกสิ่งทุกอย่าง

แต่คนบางคนที่กล่าวถึงเหล่านี้ เมื่อถึงกาลเวลาอันสมควร

ซึ่งที่จริงก็เป็นการเพียงพอแล้วสำหรับทรัพย์สมบัติในทางโลก

ที่ได้สร้างสมมามากแล้ว ก็ควรจะหยุด

เพื่อรีบสร้างสมสิ่งที่เป็นอริยทรัพย์ในบั้นปลายของชีวิต

ให้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้บ้าง

แต่เขาเหล่านั้นก็หาได้มีความหยุด ความยั้ง

ความละ ความปล่อย ความวาง

ในทรัพย์สมบัติที่หามาได้เหล่านั้นไม่

มุ่งหน้าที่จะคิดอ่านประกอบกิจการงาน

ให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ

โดยไม่คำนึงถึงว่า สักวันหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็ว

ความตายก็จะต้องมาถึงเข้าอย่างแน่นอน

ในที่สุดร่างกายของเขาก็ถึงซึ่งความแตกดับจริงๆ

และย่อยยับสูญหายไป ละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนหามาได้

ไว้ในโลกนี้ให้กับคนอื่นทั้งหมด

ไม่สามารถที่จะนำเอาทรัพย์สมบัติเหล่านั้นติดตามตนไปได้แม้แต่นิดเดียว

โดยที่ตนเองมิได้ประกอบคุณงามความดี

ในทางสร้างสมในสิ่งที่เป็นอริยทรัพย์ให้มากเท่าที่ควรเลย

ซึ่งตนเองก็มีโอกาสและโชคดีอย่างดีที่สุดแล้ว

แต่ก็มิได้กระทำลงไป จึงเป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดในชีวิตของเขา

เปรียบเสมือน ต้นหาย กำไรสูญ

ต้นก็คือ ร่างกายและทรัพย์สมบัติที่หามาได้ทั้งหมด

กำไรก็คือ บุญกุศลหรือสิ่งที่เป็นอริยทรัพย์ แทนที่จะได้ก็ไม่ได้

และถ้าใช้ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นไปในทางที่ไม่ดีผิดศีลธรรมอีกด้วยแล้ว

หรือยึดในทรัพย์สมบัติที่หามาได้นั้นมากเกินไป

ก็ยิ่งจะขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ต้นก็หาย กำไรก็สูญ ชีวิตนี้ก็ขาดทุน





( หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต )
 


 


วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

‎"มันก็ได้เท่านั้นจนแก่ตาย"

‎"มันก็ได้เท่านั้นจนแก่ตาย"
ถ้าเมื่อมาเจอกายมนุษย์แล้วมาสุขกับกายมนุษย์ มัวงมอยู่แต่รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส นั้นแหละ มันก็ได้เท่านั้นจนแก่ตาย เอาดีไม่ได้เลย สุขแค่นั้นเอง นี่มันสุขน้อยอย่างนี้ เพียงนิดเดียวเพราะอะไร เพราะรู้ไม่เท่าทันตัวเอง ไม่ฉลาด รู้ไม่เท่าทันตัวเอง ไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้า ไม่ได้ฝึกฝนใจในทางพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ ไม่ได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้ฝึกฝนใจในธรรมของสัตบุรุษ ความเห็นจึงพิรุธไปเช่นนั้น

คำสอนหลวงปู่

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ผ้สสะชอบใจ-ไม่ชอบใจ


ความลับสุดยอด
 
 
โลกทั้งหมด
ตั่งขึ้นและดับลงที่ผัสสะ
เมื่อควบคุมผัสสะได้
คือการควบคุมโลกทั้งหมดได้
นั่นก็คือ
ควบคุมทุกข์ทั้งปวงได้
 
 
 
พุทธทาส
 
 
 
 

วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ใคร...อะไร

อะไรก็ไม่เท่า...โดย .ว.วชิรเมธี

ได้อะไร ก็ไม่เท่า ได้คิด

เสีย อะไรก็ไม่เท่า เสียสามัญสำนึก (ไม่รู้ดีรู้ชั่ว)

มีอะไรก็ไม่เท่า มีบุญ

รู้อะไรก็ไม่เท่า รู้สึกตัว (mindfulness)

เจ็บอะไรก็ไม่เท่า เจ็บใจ

หนาอะไรก็ไม่เท่า หนาทิฐิ

กลัวอะไรก็ไม่เท่า กลัวใจตัวเอง

สูงอะไรก็ไม่เท่า ใจสูง

ร้อนอะไรก็ไม่เท่า ร้อนเสน่หา

กินอะไรก็ไม่เท่า กินสินบน

จนอะไรก็ไม่เท่า จนปัญญา

บ้าอะไรก็ไม่เท่า บ้าอำนาจ

ติดอะไรก็ไม่เท่า ติดการพนัน

ขาดอะไรก็ไม่เท่า ขาดความรู้

ดูอะไรก็ไม่เท่า ดูจิต

หลงอะไรก็ไม่เท่า หลงตัวเอง

เห็นอะไรก็ไม่เท่า เห็นผิดเป็นชอบ

ตอบอะไรก็ไม่เท่า ตอบแทนบุญคุณ

ให้อะไรก็ไม่เท่า ให้ธรรมะเป็นทาน

สุขอะไรก็ไม่เท่า สุขภาพ

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1256541051&grpid=07&catid=00
 

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

"กรรม"เป็นอดีตก็ได้ ปัจจุบันก็ได้ อนาคตก็ได้

“...คำว่า "กรรม" เป็นคำกลางๆ
เป็นอดีตก็ได้ ปัจจุบันก็ได้ อนาคตก็ได้
พุทธศาสนาเน้นปัจจุบันมาก
กรรมเก่าไม่ใช่ไม่มีผล
มันมีผลสำคัญ
... แต่มันเสร็จไปแล้ว
และเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดผลในปัจจุบัน
ซึ่งเราจะต้องใช้ปัญญาแยกแยะ
เพื่อทำกรรมที่ดี
และแก้ไขปรับปรุงตัว
ให้เกิดผลดีต่อไปภายหน้า...”
คัดลอกบางส่วนมาจากธรรมกถาหลักกรรมสำหรับคนสมัยใหม่
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต)
วัดญาณเวศกวัน จังหวัดนครปฐม

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มีสั้น มียาว มีดี มีชั่ว มีทุกข์ มีสุข


ดูไม้ท่อนนี้ซิ สั้นหรือยาว ? สมมุติว่า คุณอยากได้ไม้ที่ยาวกว่าไม้ท่อนนี้
ไม้ท่อนนี้มันก็สั้น แต่ถ้าคุณอยากได้ไม้สั้นกว่านี้ ไม้ท่อนนี้มันก็ยาว
"ตัณหาของคุณต่างหาก ที่ทำให้มีสั้น มียาว มีดี มีชั่ว มีทุกข์ มีสุขขึ้นมา"
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)




http://www.facebook.com/pocaf#!/photo.php?fbid=204648759663609&set=a.105234226271730.4019.100003554588596&type=1&theater